แถลงข่าวเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ 5

 
กรมการท่องเที่ยว ประกาศความพร้อม เปิดเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ 5 Thailand International Film Destination Festival 2017 : TIFDF2017 ต่อยอดความสำเร็จตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นอันดับหนึ่งของโลเคชั่นที่ใช้ เพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของโลก หรือ World's Best Film Location โดยการจัดกิจกรรมในปีนี้นำเสนอภายใต้แนวคิด “FASCINATING DESTINATION” พร้อมผลักดัน 8 เขตพัฒนาการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มเป้าหมายในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลก ผ่านกิจกรรมมากมาย อาทิ การแข่งขันการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทยโดยกลุ่มนักศึกษาด้านภาพยนตร์จากทั่วทุกมุมโลก โดยปีนี้มีกิจกรรมพิเศษ คือ การแข่งขันการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นโดยนักศึกษาไทย ในหัวข้อ “การท่องเที่ยวเชื่อมโยงโครงการพระราชดำริ”   เพื่อเป็นการน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9  ซึ่งมีให้ผู้สมัครเลือกถึง 29 โครงการ ทั่วประเทศไทย และยังมีกิจกรรมการจัดฉายภาพยนตร์ที่จะนำภาพยนตร์ต่างประเทศชื่อดังที่เคยถ่ายทำในประเทศไทยมาฉายให้คนไทยได้ชม เพื่อย้อนความทรงจำและความประทับใจอีกครั้งหนึ่ง 
 
นางกอบกาญจน์  วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา   เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการท่องเที่ยวโดยตรง โดยมีนโยบายการท่องเที่ยว ที่มุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ให้ประเทศ การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น การพัฒนาคุณภาพคนไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยวของประเทศไทย ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามและหลากหลายในประเทศไทย  ซึ่งอุตสาหกรรมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยนั้น มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นการนำเม็ดเงินมหาศาลเข้าประเทศ แต่ยังเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการเผยแพร่ภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลกอีกด้วยซึ่งเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทยนั้น มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเป็นช่องทางในการดึงดูดกลุ่มคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และผู้ที่สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้มาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย
 
“สำหรับในปีนี้ เทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทยหรือ Thailand International Film Destination Festival   2017 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “FASCINATING DESTINATION” โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็น “Thailand - World's Best Film Location”กับการเป็นที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม มีระดับ ที่สุดของปลายทางในจินตนาการ อันทรงคุณค่า และที่สุดของความเชื่อมั่น การันตีด้วยผลงานโฆษณา สารคดี และภาพยนตร์ที่เคยถ่ายทำในประเทศไทย โดยล่าสุดปี 2559  มีคณะถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยทั้งหมดกว่า 700 เรื่อง สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 2,300 ล้านบาท และในช่วง 5 เดือน (ม.ค. - พ.ค.) ปี 2560 มีภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำแล้วทั้งสิ้น 369 เรื่อง สร้างรายได้กว่า 1,400 ล้านบาท  โดยเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ปีนี้มีจำนวนเรื่องและรายได้เพิ่มสูงขึ้น (ในช่วงเวลาเดียวกัน (ม.ค. – พ.ค. 59)  มีจำนวนเข้ามาถ่ายทำทั้งสิ้น 323 เรื่อง สร้างรายได้ประมาณ 846 ล้านบาท)  ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ต้องการมาตามรอยภาพยนตร์เหล่านั้น เช่น ภาพยนตร์เรื่อง James Bond 007 ที่เข้ามาถ่ายทำที่เกาะตะปู 
 
 
จังหวัดพังงา กระทั่งในปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกยังคงเรียกเกาะตะปูว่า เกาะเจมส์บอนด์  หรือเมื่อเร็ว ๆ นี้ ภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand จากประเทศจีน  ที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย  สร้างปรากฏการณ์ที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก หรือ Hang Over ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในบทภาพยนตร์มีการนำเสนอเมนูอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้ชมภาพยนตร์ทั่วโลก ซึ่งปรากฎการณ์เหล่านี้ ล้วนมาจากปัจจัยสำคัญไม่ว่าจะเป็นด้านสถานที่ถ่ายทำที่มีความโดดเด่นและสวยงาม ศักยภาพและความพร้อมของทีมงานไทย และที่สำคัญที่สุดคือความเชื่อมั่นของกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย”
 
ด้าน นางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ในปีนี้เราดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ โดยมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดที่อยู่ภายใต้ 8 เขตพัฒนาการท่องเที่ยว ตามยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558– 2560 เพื่อให้สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์แห่งใหม่ในประเทศไทยเป็นที่รู้จักแก่ผู้ที่สนใจเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยมากขึ้น โดยการจัดกิจกรรมเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทยประจำปี พ.ศ. 2560 มีตั้งแต่วันที่ 4 - 27  กรกฏาคม 2560 โดยปีนี้มีกิจกรรม ดังนี้
 
1) การแข่งขันการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทย (Thailand Short Film Competition) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 - 25 กรกฏาคม 2560 โดยจะเริ่มเปิดรับสมัครทีมผู้เข้าแข่งขันที่เป็นนักศึกษาด้านภาพยนตร์ชาวไทย และ ทีมนักศึกษาด้านภาพยนตร์ชาวต่างชาติ จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้  โดยผู้เข้าแข่งทีมต่างชาติจะมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์ ร่วมกันคัดเลือกให้เหลือ 24 ทีม โดยแต่ละทีมประกอบด้วยผู้เข้าแข่งขัน 3 คน ได้แก่ นักศึกษาที่กำลังศึกษาด้านภาพยนตร์ เป็นนักศึกษาชาวต่างชาติ 2 คน ทำหน้าที่ผลิตภาพยนตร์ และนักศึกษาไทย1 คนทำหน้าที่เป็น Production Assistant หรือผู้ช่วยการผลิตซึ่งมีความเข้าใจในงานถ่ายทำภาพยนตร์และมีหน้าที่ในการประสานงานกับสถานที่ถ่ายทำต่างๆ เพื่อสร้างรูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานต่างชาติและทีมงานไทย และที่สำคัญเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานด้านภาพยนตร์ร่วมกัน ซึ่งเหล่านี้จะได้รับโจทย์การแข่งขันที่เน้นการนำเสนอ  วิถีท่องเที่ยว วิถีวัฒนธรรม วิถีชีวิต  ที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น รวมทั้งความสวยงามของธรรมชาติ และมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้วนสะกดหัวใจนักท่องเที่ยวมาเป็นเวลานาน โดยกำหนดให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกถ่ายทำในจังหวัดที่อยู่ภายใต้ 8 เขตพัฒนาการท่องเที่ยวตามยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว พ.ศ. 2558– 2560 โดยจะมีรางวัลชนะเลิศประจำเขตพัฒนาการท่องเที่ยว 8 รางวัล และมีรางวัลยอดเยี่ยม (Grand Prize) 1 รางวัลและภายใต้กิจกรรมการแข่งขันการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทย ในปีนี้จะมีการจัดกิจกรรมพิเศษ คือ การแข่งขันภาพยนตร์สั้นตามรอยโครงการพระราชดำริ โดยกิจกรรมนี้จะเปิดรับสมัครเฉพาะผู้สมัครที่เป็นนักศึกษาไทยไทยเท่านั้น เพื่อลงพื้นที่ถ่ายทำภาพยนตร์สั้น ในหัวข้อเรื่อง “การท่องเที่ยวเชื่อมโยงโครงการพระราชดำริ” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช รัชกาลที่ 9 โดยมีโครงการพระราชดำริให้เลือก 29 โครงการจากทั่วประเทศ  ซึ่งในรอบแรกจะคัดเลือกผู้สมัครให้เหลือ 30 ทีม เพื่อให้มานำเสนอผลงานกับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังได้แก่คุณนนทรีย์ นิมิบุตร คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว คุณโสฬส สุขุม และรศ.ปัทมาวดี จารุวร อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นจะคัดเลือกให้เหลือ 9 ทีม เพื่อไปถ่ายทำภาพยนตร์ ณ สถานที่จริง โดยมีรางวัลใหญ่สำหรับ
ทีมชนะเลิศ 1 ทีม 
 
2) การจัดฉายภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในประเทศไทย (Thailand on Screen) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 25 กรกฏาคม 2560 ณ โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งจะนำภาพยนตร์ต่างประเทศที่เคยถ่ายทำในประเทศไทยมาฉายให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และในปีนี้จะจัดฉายภาพยนตร์ทั้งสิ้น 5 เรื่อง 
ซึ่งภาพยนตร์เหล่านี้ เป็นภาพยนตร์ที่เคยโด่งดังเป็นอย่างมาก และล้วนถ่ายทำในประเทศไทย โดยจะร่วมย้อนความทรงจำไปสู่ความน่าสนใจในอดีตที่คนไทยไม่ควรพลาดเข้าชมในเทศกาลครั้งนี้ เช่น ภาพยนตร์เรื่อง Deer Hunter (1978) จากสหรัฐอเมริกา และ Air America (1990) จากสหรัฐอเมริกา เป็นต้น
 
3) การประกาศรางวัลการแข่งขันการถ่ายทำภาพยนตร์สั้นในประเทศไทย (Awards Ceremony) กำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม 2560 ณ สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์ เธียเตอร์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งจะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นเกียรติให้กับผู้ชนะเลิศการแข่งขันถ่ายทำภาพยนตร์สั้นทั้งทีมชาวไทยและทีมต่างชาติ นอกจากนี้ยังเป็นการนำเสนอมนต์เสน่ห์ของสถานที่ถ่ายทำในประเทศไทย และศักยภาพของบุคลากรไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์
 
โดยกิจกรรมทั้งหมดนี้ มีจุดประสงค์และเป้าหมายที่สำคัญ ในการผลักดันคลื่นลูกใหม่ที่เป็นกลุ่มนักศึกษาด้านภาพยนตร์จากทั่วโลก ทั้งไทยและต่างประเทศ รวมไปถึงทีมผู้สร้าง ผู้ผลิตภาพยนตร์ และบุคคลผู้สนใจ ทั้งรายใหม่และรายเดิม เพื่อการเผยแพร่ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในด้านแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม สามารถรองรับนักท่องเที่ยวและคณะถ่ายทำภาพยนตร์ได้เป็นอย่างดี มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศและคาดหวังการเดินทางเข้ามาถ่ายทำของกองถ่ายภาพยนตร์จากนานาประเทศเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและถ่ายทำภาพยนตร์ของประเทศไทยในอนาคตต่อไป” 
 
###
 
ติดตามความเคลื่อนไหวการจัดงาน  ได้ที่ www.thailandfilmdestination.com
ผู้ประสานงานสื่อมวลชน : 
นางสาวพัณณ์ชิตา ฐากุลนิธิโรจน์ โทร. 08-3367-7537 อีเมล tann@chom-co.com 
นางสาวระวีนันท์ พุทธวิเชียร โทร 08-1682-0682 อีเมล raveenan@chom-co.com